อาร์เซนอล 2 – 1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ภาพการแข่งขัน | วีดีโอคลิป
สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม, อังกฤษ
ผู้ชมในสนาม 60,128 คน
รายการ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
เวลา 23.00 น. วันอาทิตย์ที่ 21 มกราคม 2550
ผู้ตัดสิน สตีฟ เบนเนตต์
เธียร์รี่ อองรี ยิงประตูชัยช่วยให้อาร์เซนอล เอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปได้อย่างตื่นเต้น 2 – 1 ในเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม โดยเขาโหม่งบอลผ่านมือ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ เข้าประตูไปในช่วงนาทีสุดท้ายของการทดเวลาบาดเจ็บ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เวย์น รูนี่ย์ โหม่งทำประตูขึ้นนำให้แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนในนาทีที่ 53 ซึ่งเป็นประตูที่ 9 ของเขาในฤดูกาลนี้ แต่ก็ถูกโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ยิงตีเสมอได้ในนาทีที่ 83 แล้วจึงปิดท้ายด้วยประตูของอองรี ช่วยให้อาร์เซนอล เก็บ 3 แต้มไล่ตามลิเวอร์พูล ไปติดๆ
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เปลี่ยนตัวผู้เล่นจากนัดที่พบกับ แอสตัน วิลล่า ในสัปดาห์ที่แล้วเพียง 1 ตำแหน่งคือส่ง ไรอัน กิ๊กส์ ลงเล่นแทน พาร์ค จีซุง ส่วนศูนย์หน้ายังคงให้ เวย์น รูนี่ย์ ยืนคู่กับ เฮนริก ลาร์สสัน และให้ หลุยส์ ซาฮา เป็นตัวสำรอง
ส่วน อาร์แซน เวนเกอร์ ก็ส่ง เธียร์รี่ อองรี ยืนคู่กับ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ผู้ซึ่งยิงประตูชัยให้ทีมในโอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมา และให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เป็นตัวสำรอง รวมทั้งส่ง เอ็มมานูเอล เอบูเอ้ ลงเล่นแทน จัสติน ฮอยต์ และ มาติเยอ ฟลามินี่ ลงเล่นแทน จิลแบร์โต้ ซิลวา ที่ติดโทษแบน
แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการเก็บชัยชนะในการไปเยือนอาร์เซนอล เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีเริ่มต้นเกมได้ดีกว่า กิ๊กส์ เล่นคู่กับ ลาร์สสัน ในช่วงแรกและให้รูนี่ย์ ขยับไปเล่นในฝั่งซ้าย และแมนฯ ยูไนเต็ด เกือบได้ก่อนตั้งแต่นาทีที่ 6 เมื่อ ลาร์สสัน ผ่านบอลให้ กิ๊กส์ ตรงกรอบเขตโทษแต่ปีกชาวเวลส์ ก็ปั่นบอลเลี้ยวออกนอกกรอบไป
อาร์เซนอล ได้โอกาสยิงบ้างในนาทีที่ 13 เมื่อ เธียร์รี่ อองรี เลี้ยงตัดเข้าจากฝั่งซ้ายและได้ยิง แต่บอลก็ไปตรงตัว เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์
อุณหภูมิใน เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เริ่มร้อนระอุมากขึ้นโดยเฉพาะการกระทบกระทั่งกันระหว่าง เอ็มมานูเอล เอบูเอ้ และเวย์น รูนี่ย์ แต่สตีฟ เบนเนตต์ ผู้ตัดสินในเกม ก็เข้ามาระงับสถานการณ์ไว้ได้ โดยก่อนหน้านั้นไม่กี่วินาที เบนเนตต์ ก็เพิ่งแจกใบเหลืองให้กับ โคโล่ ตูเร่ เนื่องจากเตะบอลทิ้ง แต่หลังจากนั้นเขาก็ให้ใบเหลืองกับ ไรอัน กิ๊กส์ และปาทริซ เอฟร่า ในจังหวะที่ไม่น่าจะได้ใบเหลือง
หลังจากที่ถูกแมนฯ ยูไนเต็ด กดดันอยู่ช่วงหนึ่ง อาร์เซนอล ก็เริ่มทำเกมได้บ้าง และกลับมาเป็นฝ่ายได้ลุ้นทำประตู เมื่อเธียร์รี่ อองรี ได้โอกาสโหม่งจากลูกเปิดของ อเดบายอร์ แต่ฟาน เดอร์ ซาร์ ก็ป้องกันไว้ได้
และแมนฯ ยูไนเต็ด ก็รอดไปได้อีกครั้งเมื่อ อองรี ถูกแกรี่ เนวิลล์ เข้าสกัดล้มลงในเขตโทษ แต่สตีฟ เบนเนตต์ ปฏิเสธที่จะให้จุดโทษแก่ทีมปืนใหญ่ และโบกมือให้เล่นต่อ ซึ่งจากภาพรีเพลย์ก็เห็นว่ากัปตันทีมปีศาจแดงเข้าสกัดโดนศูนย์หน้าอาร์เซนอลจริง ทำให้แฟนแมนฯ ยูไนเต็ด ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
หลังจากถูกบุกอยู่ตลอดและทำให้ฟาน เดอร์ ซาร์ ต้องป้องกันลูกยิงของอองรี ในช่วงก่อนหมดครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ได้บุกบ้างแต่ เยนส์ เลห์มันน์ ก็โชว์ซูเปอร์เซฟเอาไว้ได้ ครั้งแรกเขาสามารถปัดลูกวอลเล่ย์ของเวย์น รูนี่ย์ ออกไปได้ อีกครั้งหนึ่งจากลูกเตะมุมและลาร์สสัน ได้โหม่ง แต่เขาก็ปัดออกไปได้ จบครึ่งแรกของเกมที่น่าตื่นเต้น แต่ทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกันอยู่ 0 – 0
เริ่มครึ่งหลังได้เพียง 8 นาทีทีมปีศาจแดงก็ได้ประตูขึ้นนำจากการทำประตูของ เวย์น รูนี่ย์ หลังจากที่โรนัลโด้ จ่ายบอลให้ ปาทริซ เอฟร่า ขึ้นมาทางฝั่งซ้าย และเขาก็เปิดเข้ากลางบอลเฉี่ยวหัว ตูเร่ ก่อนผ่านไปยัง รูนี่ย์ ได้โหม่งเต็มๆ บอลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ทีมปีศาจแดงขึ้นนำ 1 – 0
หลังจากนั้นอาร์เซนอลก็โหมบุกอย่างหนักหวังตีเสมอ อาร์แซน เวนเกอร์ ส่งโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เล่นแทน อเล็กซานเดอร์ เฮล็บ ในนาทีที่ 67 จากนั้นแมนฯ ยูไนเต็ด ก็ถูกกดดันอย่างหนักแต่แนวรับของทีมก็ยังป้องกันไว้ได้โดยตลอด อเดบายอร์ ได้โอกาสยิงถึง 3 ครั้งในนาทีที่ 72 แต่ด้วยการป้องกันอย่างยอดเยี่ยมของ ฟาน เดอร์ ซาร์, เฟอร์ดินานด์ และวิดิช ก็ช่วยให้ทีมไม่เสียประตู
หลังจากได้ประตูขึ้นนำแมนฯ ยูไนเต็ด ก็ผ่อนเกมลง ในขณะที่อาร์เซนอล ยังคงบุกอย่างสม่ำเสมอ และนั่นจึงส่งผลให้ก่อนหมดเวลา 7 นาที การต้านทานในแนวรับของแมนฯ ยูไนเต็ด พังลง จากการประสานงานกันของฟาเบรกาส และโรซิคกี้ เปิดบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษของแมนฯ ยูไนเต็ด บอลเลย อองรี ไปเข้าทางฟาน เพอร์ซี่ และก็ยิงผ่านมือฟาน เดอร์ ซาร์ เข้าประตูไป อาร์เซนอล ตามมาตีเสมอได้เป็น 1 – 1
หลังจากนั้นสถานการณ์ก็เริ่มแย่ลงเมื่อเกมมาถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ และเอบูเอ้ เปิดบอลเข้ากลางให้อองรี โหม่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ทีมเจ้าบ้านขึ้นนำ 2 – 1 และนั่นก็เป็นประตูปิดเกม ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องถูกอาร์เซนอล เอาชนะได้ทั้งเหย้าและเยือน
พวกเขายังคงรักษาตำแหน่งจ่าฝูง แต่ไม่สามารถเพิ่มระยะห่างจากเชลซี เป็น 9 แต้มได้ ส่วนอาร์เซนอล ก็เก็บอีก 3 แต้มอยู่อันดับที่ 4 ในตาราง ทำคะแนนไล่ตามลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 3 เหลือเพียง 1 แต้มเท่าเดิม (บรรยายเกมโดย โอปอล)
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
อาร์เซนอล
เยนส์ เลห์มันน์ 1
เอ็มมานูเอล เอบูเอ้ 27
โคโร่ ตูเร่ 5 ( น. 14)
ฟิลิปป์ เซนเดอรอส 6
กาเอล คลิชี่ 22
อเล็กซานเดอร์ เฮล็บ 13
เชซ ฟาเบรกาส 4
มาดิเยอ ฟลามินี่ 16
โทมัส โรซิคกี้ 7
เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ 25
เธียร์รี่ อองรี 14 ( น. 93)
สำรอง
มานูเอล อัลมูเนีย 24
จัสติน ฮอยต์ 31 น. 95 เอ็มมานูเอล เอบูเอ้ 27
จูลิโอ บัพติสต้า 9 น. 79 มาดิเยอ ฟลามินี่ 16
แดนีลสัน 15
โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ 11 ( น. 83) น. 67 อเล็กซานเดอร์ เฮล็บ 13
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ 1
แกรี่ เนวิลล์ 2
ริโอ เฟอร์ดินานด์ 5
เนมานย่า วิดิช 15
ปาทริซ เอฟร่า 3 ( น. 27)
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 7 ( น. 88)
พอล สโคลส์ 18
ไมเคิล คาร์ริค 16
ไรอัน กิ๊กส์ 11 ( น. 19)
เวย์น รูนี่ย์ 8 ( น. 53)
เฮนริก ลาร์สสัน 17

สำรอง
โทมัสซ์ คุสซ์แซค 29
กาเบรียล ไฮน์เซ่ 4 น. 90 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 7
เวส บราวน์ 6
ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ 24
หลุยส์ ซาฮา 9 น. 81 เฮนริก ลาร์สสัน 17
สถิติของเกม
อาร์เซนอล ประตู 2, ยิงตรงกรอบ 8, ยิงหลุดกรอบ 10, โดนบล็อค 3, เตะมุม 8, ฟาวล์ 14, ล้ำหน้า 1, ใบเหลือง 1, การครองบอล 49.6%
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประตู 1, ยิงตรงกรอบ 4, ยิงหลุดกรอบ 5, โดนบล็อค 3, เตะมุม 6, ฟาวล์ 12, ล้ำหน้า 2, ใบเหลือง 3, การครองบอล 50.4%
คะแนนความสามารถ
อาร์เซนอล เยนส์ เลห์มันน์ 7, เอ็มมานูเอล เอบูเอ้ 7, โคโร่ ตูเร่ 8, ฟิลิปป์ เซนเดอรอส 7, กาเอล คลิชี่ 8, อเล็กซานเดอร์ เฮล็บ 6, เชซ ฟาเบรกาส 7, มาดิเยอ ฟลามินี่ 6, โทมัส โรซิคกี้ 7, เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ 7, เธียร์รี่ อองรี 8, จัสติน ฮอยต์ (สำรอง) 6, จูลิโอ บัพติสต้า (สำรอง) 6, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ (สำรอง) 7
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ 6, แกรี่ เนวิลล์ 7, ริโอ เฟอร์ดินานด์ 6, เนมานย่า วิดิช 8, ปาทริซ เอฟร่า 7, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 6, พอล สโคลส์ 7, ไมเคิล คาร์ริค 8, ไรอัน กิ๊กส์ 6, เวย์น รูนี่ย์ 7, เฮนริก ลาร์สสัน 7, กาเบรียล ไฮน์เซ่ (สำรอง) 6, หลุยส์ ซาฮา (สำรอง) 6
Por

Related Posts